2006/Apr/28

จะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่เถอะ....

อยู่ดีๆ ข้อความ entry ที่เราเขียนมาก็ถูกลบไปโดยปริยาย
ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร หรือความผิดพลาดใดๆ ทั้งสิ้น
โชคดีตัวข้อความยังอยู่ จึงอ่านได้

แต่ก็ทำให้คนมาอ่าน Comment ไม่ได้ไปพักใหญ่

จะโทษเราไม่ได้นะ เราก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่ว่าได้ทำการแก้ไขแล้วเรียนร้อย ใครจะ comment ก็เชิญได้ตามปกตินะครับ

จะเป็นพระคุณอย่างสูงด้วย

...
...

เวลาผ่านไปรวดเร็วเสียเหลือเกิน
เผลอแผล็บเดียวก็จะเลยอายุเบญจเพศซะแล้ว

แต่ไม่น่าเชื่อว่า ปีสองปีมานี่
เหมือนกับว่า ชีวิตได้เปิดกว้าง มากกว่าที่ผ่านมาเป็นเท่าตัว
ได้รู้จักชีวิตมากขึ้น ไม่ว่าจะแง่มุมไหน
บางแง่ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้มาสัมผัส ก็ได้มาสัมผัสในช่วงปีสองปีนี้

ทั้งทางที่ดีมาก และทางที่เหลวแหลกสิ้นดี

ไม่อาจจะสาธยายถึงรายละเอียดได้ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ จริงๆ
คิดอยู่ว่าว่างๆ หากอยากระบายมากๆ อาจจะเขียน blog ขึ้นมาใหม่
แล้วไม่ต้องบอกเพื่อนเลย ให้คนที่มาอ่านไม่รู้ว่าเป็นใคร

บางทีอาจจะเขียนความจริง ความลับที่เรามีอยู่ได้อย่างหมดเปลือกทีเดียว

....
....

แล้วก็ไม่รู้จะเขียนอะไร หลายอย่างมันจำกัดด้วยกรอบ
กรอบสังคม กรอบความคิด ทั้งของผมและของคุณ

การจะเขียนอะไรมันเลยต้องรอบคอบ จะเขียนอย่างใจซะทีเดียวไม่ได้
เดี๋ยวคุณเอากรอบของคุณมาใส่ในเรื่องราวของผม

บางทีคุณจะรับไม่ได้เอาเปล่าๆ..

...
... ไม่ดีเลยเนาะ

ความคิดมันไม่ได้ใช้ศักยภาพของมันอย่างเต็มที่นัก
ก็เพราะการที่เรากลัวว่าคนอื่นจะว่าเรานั่นล่ะ
อย่างงี้ มันไม่น่าเรียกว่า ความคิด ได้

ความคิดต้องเป็น อิสระ

การเขียนความคิดอย่างครบถ้วนที่เราคิด มาให้สาธารณชนอ่านนั้น
จึงเป็นการยากมากๆ ที่จะปฏิบัติได้

ว่าแล้วจึงหยุดคิดหยุดเขียนเพียงเท่านี้ก่อนละกัน
ก่อนที่ความลับบางอย่างจะหลุดปากออกมาภายนอก
ด้วยแค่ความคิดที่ว่า ไม่มีเรื่องเขียน

แล้วจะมาเขียนใหม่เมื่อมีเรื่องที่เปิดเผยได้บ้าง มากพอ

2006/Apr/03

ไม่ได้มาเขียนซะนาน

จะว่าขี้เกียจก็ใช่ ไม่มีเรื่องเขียนก็ใช่
บางทีอาจจะเป็นเพราะ มีเพื่อนสนิทบางคนรู้จัก web blog อันนี้ก็ได้

ทำให้อิสระในการเขียนลดลง เพราะมัวแต่กังวลว่า
...เดี๋ยวมันรู้หมดว่าเราปิดอะไรมันไว้

คนเราต้องมีความลับกันทุกคนล่ะ

ใครไม่มีความลับ ไม่เชื่อเด็ดขาด

แต่ไอ้ความลับเนี่ย มันก็เปลี่ยนไปมาได้นะ
ตอนแรกเป็นความลับอยู่ดีๆ ... ก็กลายเป็นเรื่องราวที่เปิดเผยได้ไปซะงั้น

ทั้งที่เปิดเผยแบบตั้งใจ และไม่ตั้งใจให้เปิดเผย

การบอกความลับกับเพื่อนก็อีกอย่างหนึ่ง
ต้องระวังกันให้ดีเชียว
ความลับจะขาดเสถียรภาพของความลับทันทีที่มันหลุดจากปากของคุณเอง
แต่ครั้นจะเก็บไว้เพียงผู้เดียวก็เป็นเรื่องที่ทรมานไม่ใช่เล่น

นั่นก็เป็นสาเหตุของคำที่ว่า

ความลับไม่มีในโลก

เพราะความลับที่แท้จริงนั้น จะต้องอยู่กับคนคนเดียว คือเจ้าตัวเองเท่านั้น
แล้วถ้าเจ้าตัวไม่บอกออกมา ใครจะไปพิสูจน์ได้เล่า
ว่ามันมีความลับอะไรหรือเปล่า
ครั้นเจ้าตัวบอกให้เพื่อนสนิททราบ แม้เพียงคนเดียว
ก็ถือว่าไม่ใช่ความลับแล้ว

ผมก็มานั่งคิดดู เอ.. เรามีความลับอะไรที่ใครก็ไม่รู้สักคนเลยหรือเปล่า

...

...

เออ... จะว่าไป ก็มีเหมือนกันแฮะ
มีอยู่เรื่องนึงที่นึกได้... เป็นเรื่องราวสมัยเด็ก...

เฮ้ย เกือบพลาดเปิดเผยความลับซะแล้ว

คนที่รู้ดีที่สุดว่า ความลับมีในโลกหรือไม่ ก็คือเจ้าตัวน่ะเอง
อย่างผมบอกเนี่ยว่ามีความลับ คุณก็ไม่มีทางทราบได้เลยว่า

ผมมีจริงๆ หรือเปล่า ตราบใดที่ผมไม่เล่าให้คุณฟัง

..

จะว่าไป เรื่องนี้ก็น่าสนใจเหมือนกันนะ

นี่ล่ะที่ผมชอบ ผมชอบบริหารความคิด
วันๆ ว่างๆ ก็นั่งคิดไอ้เรื่องเล็กเรื่องน้อยเนี่ย
แล้วแตกขยายความไปให้ได้หลายแง่มุม

ขอเชิญชวนทุกคนมานั่งคิดกัน คิดให้เยอะๆ ก่อนที่จะทำอะไร
คิดให้ได้หลายแง่มุม ให้ครอบคลุม ให้สามารถอธิบายสิ่งที่เขากล่าวๆ กันมาได้หมด

คิดเรื่องความลับแล้วก็ขอไปหลับก่อนละกัน ดึกแล้ว


edit @ 2006/04/28 22:39:30

2006/Feb/19

ก็แค่อยากเขียนดูมั่ง

เป็นคนชอบเขียนชอบเจรจาอยู่แล้ว เคยนั่งเขียน diary อยู่พักหนึ่ง
ไม่น่าเชื่อ เขียนได้เป็นเล่มๆ เรียกว่าเอาไปชั่งกิโลขายคงได้เงินบ้าง

แต่แล้วก็เลิกเขียนไปซะอย่างงั้น ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเรื่องเรียน
เรื่องงาน เรื่องส่วนตัว และเรื่องอื่นๆ ที่ยกมากล่าวอ้างเป็นเหตุผลได้สารพัด

ก่อนอื่น เราน่าจะมาทำความรู้จักกันก่อนนะ

ปีนี้ผมก็อายุไม่มากไม่น้อย อายุ 25 ย่าง 26
รูปร่างหน้าตาไม่ได้ดีเด่ แต่ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร
เป็นคนรักสนุกสนาน แต่เพื่อนสนิทจะทราบว่า ที่จริงก็มีเวลาที่เครียดบ้าง

ชีวิตก็มีความสุขไปวันๆ หากทุกข์มากๆ ก็จะพยายามหาความสุขในความทุกข์นั่น

ผมมีปรัชญาแนวคิดอยู่ว่า ชีวิตก็เหมือนเส้นกราฟที่เป็นรูปคลื่น
มีโค้งขึ้น ในที่สุดก็จะต้องวกกลับลงมา
แต่ลงมาถึงที่สุดแล้วก็ต้องวกกลับขึ้นไป
คิดอย่างนี้ทำให้ เวลาชีวิตขึ้นก็จะไม่หลงตัว เวลาชีวิตลงก็จะมีความหวัง

พูดก็พูดเถอะ ชีวิตผมก็ไม่เคยจมดิ่งมาสุดๆ ซะที
บางครั้งคิดว่า โอ๊ย นี่เป็นคราวซวยที่สุดของชีวิตแล้ว แต่พอมองย้อนกลับไป
อ๊ะ มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
แต่ด้วยอารมณ์และสิ่งแวดล้อมมันพาไป ทำให้เราเกิดน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา

ทั้งๆ ที่เราก็ยังดีกว่าคนอื่นๆ อีกมากมายในโลกนี้

เรายังมีอวัยวะต่างๆ ครบถ้วน ไม่มีโรคประจำตัวอะไรคอยเบียดเบียน
และเราก็ไม่ต้องเบียดเบียนใครให้ปวดหัว

ถึงอย่างไร ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
อนาคตล้วนไม่แน่นอน สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือปัจจุบัน
ผมพยายามที่จะดำเนินชีวิตโดยไมพะวงอนาคตมากนัก แต่ก็ทำไม่ค่อยได้

เอาล่ะๆ....

นี่ก็เป็นการเขียนครั้งแรกในหน้าจอเว็บนี้
ผมก็ไม่เคยที่จะเขียน diary ของตัวเองลงหน้าเว็บหรอกนะ

นี่เป็นครั้งแรก

และคาดว่าจะมีครั้งต่อไปอีก

พบคิดว่า การได้ลงมือเขียนอะไรที่เราคิดอยากเขียน เป็นการระบายที่ดีอย่างหนึ่ง
การระบายเป็นเรื่องของการปลดปล่อยความรู้สึกของตนออกมา
ให้ได้สิ่งที่ตรงใจที่สุด ออกมาให้แก่... อะไรสักอย่าง รับฟัง รับรู้

เหมือนการระบายสี
ที่เป็นการสื่อภาพในใจ สีในใจออกมาให้คนอื่นได้รับรู้

ถ้าไม่ระบายออกมามันก็จะอยู่กับเราไปตลอด มากๆ เข้าก็แย่

วันนี้น่าจะพอแค่นี้ก่อน

ยิ่งเขียนยิ่งมัน เดี๋ยวหยุดไม่ได้
แล้ววันหลังจะมาเขียนต่อละกัน

สวัสดีครับ สำหรับวันนี้


edit @ 2006/04/03 01:22:28
edit @ 2006/04/28 22:39:41
edit @ 2006/04/28 22:40:20